Back to notes
mastery-devops
Featured

DevOps Mastery: สร้างโรงงานผลิตซอฟต์แวร์อัตโนมัติระดับ Senior

เลิกแค่โยนโค้ดขึ้น Server! เจาะลึกการสร้าง CI/CD Pipeline ที่แข็งแรง, การทำ Blue-Green Deployment และการใช้ Observability เพื่อตรวจจับบั๊กในระดับโปรดักชัน

January 30, 20262 min read readNNexis by Seereen

🛑 1. The Problem First: "วันที่ความซวยมาเยือนตอนตี 3"

ลองนึกถึงวงจรการทำโปรเจกต์แบบจูเนียร์ที่เน้นแค่ "เขียนเสร็จ รันได้":

HLJS BASH
# ❌ Naive Approach: Manual Deploy & No Clue
1. เขียนโค้ดเสร็จ (เครื่องเรา)
2. ก๊อปไฟล์ขึ้น Server ผ่าน FTP หรือ git pull ตรงหน้าโปรดักชัน
3. 🌋 พัง! Library ใน Server ไม่เหมือนเครื่องเรา เว็บล่มทันที
4. ไม่มีใครรู้ว่าเว็บล่ม จนกว่าลูกค้าจะทักมาด่าในเพจตอนเช้า

ปัญหา: การไม่มีระบบอัตโนมัติ (CI/CD) และระบบตรวจสอบ (Monitoring) คือการ "ฝากอนาคตไว้กับโชคชะตา" Senior จะไม่ยอมให้ความผิดพลาดของมนุษย์ (Human Error) มาทำลายระบบ แต่จะสร้าง "ท่อส่งค่า" (Pipeline) ที่คอยตรวจสอบทุุกขั้นตอนตั้งแต่โค้ดออกจากแป้นพิมพ์จนถึงหน้าจอผู้ใช้ครับ


💡 2. Real-Life Analogy: ห้องครัวสายพาน vs ร้านเชฟทำคนเดียว

  • CI/CD Pipeline: เหมือน "สายพานในโรงงานรถยนต์". รถแต่ละคันต้องผ่านด่านตรวจความแข็งแรง (Tests), ตรวจสี (Linting), และลองขับก่อนจะออกจากโรงงาน ถ้าด่านไหนพัง สายพานจะหยุดทันที รถคันที่เสียจะไม่มีวันหลุดไปถึงมือลูกค้า
  • Observability (Monitoring): เหมือน "หอบังคับการบิน". คุณไม่ได้มองแค่ว่ารันเวย์ว่างไหม แต่คุณดูสภาพอากาศ (Traffic), น้ำมัน (Memory), และความสูง (Latency) ของทุุกลำพร้อมกัน เพื่อจัดการก่อนที่อุบัติเหตุจะเกิดขึ้น
  • Docker: เหมือน "ตู้คอนเทนเนอร์". ไม่ว่าคุณจะส่งของผ่านเรือ รถไฟ หรือเครื่องบิน ของข้างในจะปลอดภัยและทำงานได้เหมือนเดิมเสมอ เพราะมันมีสภาพแวดล้อมส่วนตัวของมัน

🚀 3. Execution Journey: ขั้นตอนการสร้าง Loop แห่งคุณภาพ

Senior จะสร้างระบบที่ "Deploy ได้วันละ 10 รอบโดยไม่รู้สึกกลัว"

🛠 Step-by-step:

  1. Continuous Integration (CI): ทุุกครั้งที่ Push โค้ด ต้องสั่งให้ GitHub Actions รัน Test และเช็คความสะอาด (Lint) ผลลัพธ์ต้องเป็นเขียวเท่านั้นถึงจะไปต่อได้
  2. Containerization: แพ็คโค้ดเป็น Docker Image เพื่อการันตีว่า "รันที่ไหนก็เหมือนกัน"
  3. Continuous Deployment (CD): ใช้เทคนิค Blue-Green Deployment (สร้าง Server ใหม่มารับงานก่อน ถ้าเวิร์คค่อยสลับคนไปหา เพื่อให้ไม่มี Downtime)
  4. Observability: ติดตั้งเครื่องมืออย่าง Grafana, Prometheus หรือ OpenTelemetry เพื่อดูว่าแอปของเรา "สุขภาพดี" แค่ไหน
HLJS YAML
# ✅ Best Practice: โครงสร้าง GitHub Action ง่ายๆ แต่ทรงพลัง
name: CI/CD Pipeline
on: [push]
jobs:
  test:
    runs-on: ubuntu-latest
    steps:
      - uses: actions/checkout@v3
      - name: Run Tests
        run: npm test # 🛠 ด่านตรวจความถูกต้องแรก
  deploy:
    needs: test
    if: github.ref == 'refs/heads/main'
    run: ./deploy-to-cloud.sh # 🛠 ส่งของอัตโนมัติเฉพาะตอน Test ผ่านแล้ว

🪤 4. The Junior Trap: โรค "Monitoring แค่ Uptime"

จูเนียร์มักจะคิดว่าถ้าหน้าเว็บขึ้นสถานะ 200 (OK) คือจบงาน:

HLJS BASH
# ❌ Junior Trap: ดูแค่ว่า "เว็บยังติดไหม"
# 🌋 พัง! เว็บคุณติดจริง แต่ Database อืดจนคนต้องรอ 30 วินาทีถึงจะเห็นข้อมูล
# หรือ API บางตัวเริ่ม Error เงียบๆ (Invisible Bug) จนระบบพังไปครึ่งหนึ่ง

ระวัง: เว็บที่ "รันปกติแต่ช้า" มีความหมายเท่ากับ "เว็บล่ม" ในมุมมองของผู้ใช้ ✅ การแก้ไข: ต้องวัดค่า GOLDEN SIGNALS เสมอ ได้แก่ Latency (ความช้า), Traffic (คนเข้า), Errors (จุดที่พัง), และ Saturation (ทรัพยากรที่ใช้)


⚖️ 5. The Why Matrix: Manual vs Automated

หัวข้อManual (ทำมือ)Automated (CI/CD)
ความเร็ว⚡ เร็วในช่วงแรก (แอปเล็ก)🚀 เร็วในระยะยาว (Scale ได้)
ความเชื่อมั่นต่ำ (ตกหล่นง่าย)⚡⚡⚡ สูงมาก (มาตรฐานเดียวกัน)
การแก้บั๊กเดาทางจากอดีต🚀 แม่นยำ (ดูจาก Dashboard)
ความเหมาะสมโปรเจกต์นักศึกษางาน Professional ทุกระดับ

🎓 6. Senior Mindset Summary

การเป็น Senior คือการมองว่า "เราไม่ได้ขายโค้ด แต่เราขาย Stability". โค้ดที่เทพแค่ไหน ถ้าแก้แล้วล่มหรือรันแล้วอืดโดยที่ไม่มีใครรู้ ก็ถือว่าไม่ผ่านเกณฑ์การเป็นวิศวกรซอฟต์แวร์ครับ การลงทุนสร้างระบบอัตโนมัติและระบบตรวจสอบ คือการซื้อประกันชีวิตให้กับอาชีพและธุรกิจของคุณครับ!

Share this note

Mission Accomplished

You've reached the end of this module. Time to apply these senior mindsets to your real-world projects!

Explore more topics

© 2026 My Notes by Seereen